พระเครื่องเอเซีย

พระสิงห์, พระพุทธสิหิงค์, พระสิงห์หนึ่งแกะสลักจากหินสีครามธรรมชาติ

โทรสอบถาม wayi-yi
฿0.00
พระสิงห์, พระพุทธสิหิงค์, พระสิงห์หนึ่งแกะสลักจากหินสีครามธรรมชาติพระสิงห์หนึ่ง, พระพุทธสิหิงค์องค์นี้เป็นพระบูชาสองถอด แกะสลักจากหินที่มีสีครามตามธรรมชาติ ไม่มีแตกร้าวนำมาแกะสลักเ
เหลือ 99 ชิ้น
  • หมวดหมู่ : พระเชียงแสนสิงห์ 1-3/พระยอดธง
  • รหัสสินค้า : 000303

รายละเอียดสินค้า พระสิงห์, พระพุทธสิหิงค์, พระสิงห์หนึ่งแกะสลักจากหินสีครามธรรมชาติ

พระสิงห์, พระพุทธสิหิงค์, พระสิงห์หนึ่งแกะสลักจากหินสีครามธรรมชาติ

พระสิงห์หนึ่ง, พระพุทธสิหิงค์  องค์นี้เป็นพระบูชาสองถอด แกะสลักจากหินที่มีสีครามตามธรรมชาติ ไม่มีแตกร้าวนำมาแกะสลักเป็นพระสิงห์ที่ได้สัดส่วนงดงาม และมีพระพักตร์ทรงแย้มสรวลน้อยๆ แสดงถึงความเมตตา 

ความหายากอยู่ที่ต้องได้วัสดุที่บริสุทธิ์ ปราศจากรอยร้าว  และจะต้องหาช่างที่มีฝีมือสูง  สามารถแกะสลักได้พระสิงห์ที่มีพุทธลักษณะอวบล่ำ งดงามได้สัดส่วน  เรียกว่าจะต้องคัดมาจาก ๑ ใน ๑,๐๐๐กันเลยทีเดียว  จึงเป็นอีกชิ้นหนึ่งที่ผมภูมิใจนำเสนอ ให้ท่านได้พิจารณา  (ขนาดหน้าตัก ๓ นิ้ว, ฐาน ๔.๕ นิ้ว, สูง ๖ นิ้ว)

            พระสิงห์ หรือ พระพุทธสิหิงค์  เป็นพระพุทธรูปโบราณที่มีศิลปะแบบลังกา หล่อด้วยสำริดหุ้มทอง ปางสมาธิ สูง  ๗๙ เซนติเมตร, หน้าตักกว้าง ๖๓ เซนติเมตร   ปัจจุบันพระสิงห์ หรือ พระพุทธสิหิงค์ ได้ถูกอัญเชิญมาประดิษฐาน ณ.พระที่นั่งพุทไธสวรรค์  พระราชวังบวรสถานมงคล โดยได้จัดให้มีการอัญเชิญออกมาให้ประชาชนได้สรงน้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี 

 ประวัติพระสิงห์

            ตามประวัติ พระเจ้าสีหฬะพระมหากษัตริย์แห่ง ลังกาทวีป ร่วมกับพระอรหันต์ได้ทรงขอให้พญานาคที่เคยเห็นพระพุทธเจ้า ได้มาเนรมิตองค์พระสิงห์ให้ดูเป็นตัวอย่าง โดยได้ทรงสร้างขึ้น ด้วยทองสำริด เมื่อ พ.ศ. ๗๐๐  ต่อมา พระยานครศรีธรรมราชแต่งทูตเชิญพระราชสาสน์ไปขอจากพระเจ้ากรุงลังกา  เพื่ออัญเชิญมาถวายพ่อขุนรามคำแหงแห่งกรุงสุโขทัย  ตราบจนเมื่อสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๑ แห่งกรุงศรีอยุธยาได้กรุงสุโขทัยเป็นเมืองขึ้น จึงได้อัญเชิญพระสิงห์ มาประดิษฐานที่กรุงศรีอยุธยา

           ในสมัยพระยายุธิษฐิระ(พระยาญาณดิส) เจ้าผู้ครองเมืองกำแพงเพชร ได้ออกอุบาย ขอพระสิงห์จากกรุงศรีอยุธยา พระสิงห์จึงได้ถูกอัญเชิญไปประดิษฐานที่เมืองกำแพงเพชร

           ต่อมาพระเจ้ามหาพรหม เจ้าผู้ครองเมืองเชียงราย และ พระเจ้ากือนาเจ้าผู้ครองเมืองเชียงใหม่ ได้ทราบกิตติศัพท์ก็ทรงเลื่อมใส จึงแต่งให้พระสุคันธมหาเถรเป็นทูตไปเจรจาขอพระสิงห์เพื่อเป็นไมตรีกับเมืองเชียงราย พระยาญาณดิสจึงยินยอมยกให้ พระเจ้ามหาพรหมจึ่งอัญเชิญพระสิงห์ไปเมืองเชียงราย  และโปรดให้ช่างหล่อพระสิงห์จำลองขึ้นแล้วทรงประกอบพิธีสมโภช  ที่เกาะดอนแท่นในแม่น้ำโขงเมืองเชียงแสน แล้วนำไปประดิษฐาน ณ.วัดพระสิงห์ เมืองเชียงราย

           เมื่อพระเจ้ามหาพรหมถึงแก่พิราลัยแล้ว พระเจ้าแสนเมืองมา เจ้าผู้ครองเมืองเชียงใหม่ (ราวพ.ศ. ๑๙๓๑–๑๙๕๔) โปรดให้อัญเชิญพระสิงห์จากเมืองเชียงรายมาประดิษฐานที่ วัดลีเชียงพระ (ต่อมาคือ วัดพระสิงห์) เมืองเชียงใหม่

           จนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์  เมืองเชียงใหม่ได้ถูกพม่ายกกองทัพมาล้อม  สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกจึงได้โปรดเกล้าฯ  ให้สมเด็จพระอนุชากรมพระราชวังบวรมหาสุรสีหนาท  ยกกองทัพไปขับไล่กองทัพพม่าให้พ้นเมืองเชียงใหม่  สมเด็จพระกรมพระราชวังบวรฯ จึงได้ทรงอัญเชิญพระสิงห์มากรุงเทพฯ (ราว พ.ศ.๒๓๓๔)  และได้อาราธนาประดิษฐาน ในพระที่นั่งพุทไธศวรรย์ อยู่ตราบจนถึงปัจจุบัน

           พระโพธิรังสี ได้พรรณนาอานุภาพของพระพุทธสิหิงค์ไว้อย่างน่าฟังดังมีตอนหนึ่งกล่าวว่า  "พระพุทธสิหิงค์หามีชีวิตได้ก็จริง  แต่มีอิทธานุภาพด้วยเหตุ ๓ ประการ คือ อธิษฐานพละของพระอรหันต์ อธิษฐานพละของเจ้าลังกาหลายพระองค์ และศาสนพละของพระพุทธเจ้า" ซึ่งหมายความว่ากำลัง

แรงอฐิษฐานของพระอรหันต์ และกำลังศรัทธาของเจ้าเมืองลังกาพร้อมทั้งกำลังแห่งพระพุทธศาสนาของพระพุทธเจ้า  กระทำให้พระพุทธสิหิงค์เป็นพระพุทธปฏิมากร ที่ทรงพุทธานุภาพ

และความศรัทธาในพุทธานุภาพ จนพลตรีหลวงวิจิตรวาทการ ได้บันทึกไว้ว่า

"ผู้ใดมีความทุกข์ร้อนในใจ ท้อถอยหมดมานะด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง ถ้าได้มาจุดธูปเทียนบูชา และ นั่งนิ่งๆ มององค์พระสัก ๑๐ นาที ความทุกข์ร้อนในใจจะหายไป ดวงจิตที่เหี่ยวแห้งจะกลับมาสดชื่น หัวใจที่ท้อถอยหมดมานะ จะกลับเข้มแข็งมีความมานะพยายาม ดวงจิตที่หวาดกลัวจะกลับกล้าหาญ ดวงจิตที่เกียจคร้านจะกลับขยัน ผู้ที่หมดหวังจะกลับมีความหวัง"

คาถาบูชาพระพุทธสิหิงค์
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ)

(นำ) หันทะ มะยัง พุทธะปะสังสา คาถาโย พุทธะสิงหิงโค นามะ.........ภะณามะ เส.
(รับ) อิติ ปะวะระสิหิงโค อุตตะมะยะโสปิ เตโช.........ยัตถะ กัตถะ จิตโตโส สักกาโร อุปาโท.........สะกาละพุทธะสาสะนัง โชตะยันโตวะ ทีโป.........สุระนะเรหิ มะหิโต ธะระมาโนวะ พุทโธติ.

 

ท่านสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพระสิงห์หนึ่ง, พระพุทธสิหิงค์ และข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับพระเครื่องต่างๆ ได้ที่หน้าบทความ

 

NO. b003

 

www.asiamulet.net "พระเครื่องเอเซีย"

สนใจติดต่อสอบถามบูชาพระเครื่อง

โทร. 081-4726519 / 081-4726668

*พระเครื่อง ทั่วไทย พระเครื่อง ทั่วทิศ 

คลิก พระเครื่องเอเซีย*

 

***คลิกวิธีการชำระเงินได้ที่นี่ครับ***